ข้าวศรีแสงดาวเป็นแบรนด์ข้าวที่ได้รับรางวัล Best Design
โดดเด่นด้วยการเป็นแบรนด์ข้าวที่ได้รับรางวัล Best Design
ต้องบอกก่อนว่าช่วงเริ่มต้นทำแบรนด์ข้าวตราศรีแสงดาวค่อนข้างเครียด เพราะตอนนั้นจำนวนเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการเยอะขึ้นมาก แต่ผมยังไม่มีความรู้ด้านแบรนดิง ทำให้ขายข้าวไม่ได้ ไม่รู้จะไปต่ออย่างไรดี โชคดีที่ได้พบกัลยาณมิตรอย่างอาจารย์แชมป์ (สมชนะ กังวารจิตต์) นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลกที่เข้าใจเรื่องแบรนด์และเข้าใจ GI อย่างลึกซึ้ง ซึ่งยินดีมาช่วยออกแบบแพ็กเกจจิงให้กับข้าวศรีแสงดาว โดยนำเทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมาใช้เป็นกลยุทธ์ ด้วยนวัตกรรมการเปลี่ยนแกลบเหลือทิ้งให้มาเป็นบรรจุภัณฑ์ และดีไซน์ให้นำไปใช้ซ้ำในรูปแบบอื่น ๆ ได้อีก
ส่วนด้านการตลาด เขาแนะนำให้เจาะตลาดของขวัญของฝาก เพื่อให้กลุ่มลูกค้าได้รู้จักก่อน เพราะมองว่าข้าวของเรามีศักยภาพในตัวเองอยู่แล้ว ถ้าได้ออกสู่ตลาด ผู้บริโภคได้ลองรับประทาน เชื่อว่าข้าวศรีแสงดาวจะเดินได้ด้วยตัวเอง ซึ่งพอเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ตัวนี้ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก จากแบรนด์ที่ไม่เคยมีใครรู้จักก็เริ่มเป็นที่รู้จัก เพราะได้รางวัล Best Design จากทั่วโลกถึง 18 รางวัล ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับรางวัลมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ในวงการข้าวของโลก จึงทำให้เราเริ่มส่งออกข้าวได้ และขยายกลุ่มก้อนเกษตรกรในโครงการให้ใหญ่ขึ้น หลังจากนั้นผมยังได้เข้าร่วมโครงการ “พอแล้วดี The Creator” ที่ช่วยขยายองค์ความรู้ให้เราเข้าใจเรื่องการสร้างแบรนด์ และเข้าใจการทำงานกับชุมชน จนตอนนี้ข้าวศรีแสงดาวเข้าสู่ปีที่ 5 มีเกษตรกรในพื้นที่รอบโรงสีเข้าร่วมโครงการ 50-60 คน รวมพื้นที่ปลูกข้าว 2,000 ไร่ และตั้งใจว่าปีหน้าจะขยายพื้นที่เป็น 4,000 ไร่ ก่อนขยับเป็น 6,000 ไร่ ซึ่งผมมั่นใจว่าเราจะไปถึงจุดนั้นได้
มองว่าข้าวศรีแสงดาวมีส่วนช่วยยกระดับข้าวไทยอย่างไร
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ก่อนหน้านี้ข้าวหอมมะลิในตลาดโลกล้วนมาจากประเทศไทย โดยเราใช้ชื่อว่า Jasmin Rice ที่สร้างชื่อเสียงมาหลายสิบปี แต่ไม่นานมานี้เพื่อนบ้านเราสามารถผลิต Jasmin Rice ออกมาได้แล้ว ถึงแม้คุณภาพจะไม่เท่า แต่มีความใกล้เคียง และใช้ชื่อเดียวกันคือ Jasmin Rice ทำให้ตลาดข้าวหอมมะลิมีการแข่งขันสูงขึ้น ราคากลางตกต่ำลง รัฐบาลไทยเลยยกมาตรฐานข้าวหอมมะลิของเราเป็น Thai Hom Mali Rice แต่ปรากฏว่าลูกค้าทั่วโลกงง ไม่รู้จัก เราจึงอยากมีส่วนร่วมในการผลักดันให้ชื่อ Thai Hom Mali Rice เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพื่อยกระดับข้าวหอมมะลิไทยและรักษาประโยชน์ของเกษตรกร ซึ่งเอาจริง ๆ ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว ข้าวในตลาดที่ใช้ชื่อ Jasmin Rice ณ วันนี้ คุณภาพเทียบกับ Thai Hom Mali Rice ไม่ได้เลย ยิ่งเป็นข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ยิ่งเทียบไม่ได้ ดังนั้นเวลาส่งออกข้าวศรีแสงดาวไปต่างประเทศ ผมจึงพยายามบอกว่าเราคือ Thai Hom Mali Rice ซึ่งคนละตัวกับ Jasmin Rice ที่ขายทั่วไป และชูว่านี่คือผลิตภัณฑ์ GI ถ้าอยากกินข้าวไทยต้องกินของเรา ผมเชื่อครับว่าถ้ารัฐบาลผลักดัน Thai Hom Mali Rice ต่อไปอีก 10-20 ปี จนตลาดสามารถแยกออกว่านี่คือข้าวไทย จะมีประโยชน์ต่อทั้งผู้ปลูกและผู้ผลิต อีกทั้งผู้บริโภคเองก็จะได้กินข้าวไทยของแท้ด้วย





