ข้อดีของการทำนาหยอด

นาหยอดเป็นการทํานาที่ค่อนข้างทันสมัยระดับต้น ๆ ของโลก วิธีการคือต้องมีการเตรียมแปลงที่ดี ล่อให้หญ้าขึ้นเต็มที่ก่อนแล้วค่อยไถทิ้ง ตากดินทิ้งไว้ 15 วันเพื่อกําจัดไข่แมลง กําจัดเชื้อโรคในดิน กําจัดวัชพืช เสร็จแล้วไถอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้แปลงนาที่สะอาดแล้วค่อยหยอด โดยใช้เครื่องจักรฝังเมล็ดลงไปในดินทางตรง เป็นการหยอดข้าวแห้งทิ้งไว้เลย พอฝนตกวันไหน นับไปอีกสองอาทิตย์ข้าวจะงอก จากนั้นก็ใช้การจัดการธาตุอาหารและการจัดการโรคแมลงควบคู่ไปด้วย ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนคือช่วยลดต้นทุนได้เยอะ เพราะลดปริมาณการใช้เมล็ดพันธุ์ลง ซึ่งผ่านการทดลองมาแล้วว่าใช้เมล็ดพันธุ์เพียง 1 กิโลกรัมก็ให้ผลผลิต 600 กิโลกรัมต่อไร่ได้ และแม้ว่าทุกวันนี้เกษตรกรหลายรายยังใช้เมล็ดพันธุ์หยอดข้าว 8 กิโลกรัมบ้าง 12 กิโลกรัมบ้าง หรือ 18 กิโลกรัมต่อไร่ เพราะยังไม่มั่นใจ แต่ก็นับว่าน้อยกว่าการทำนาหว่านที่ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ 35 กิโลกรัมต่อไร่อยู่ดี ทั้งนี้ ในอนาคตเราตั้งใจไว้ว่าจะส่งเสริมเกษตรกรต้นแบบให้เยอะขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรรายใหม่ ๆ มั่นใจว่าใช้เมล็ดพันธุ์เพียง 1 กิโลกรัม ก็ทําให้เขาได้ผลผลิตมากขึ้นได้


คิดว่าสิ่งที่ชาวนาในพื้นที่ได้จากโครงการนี้คืออะไร

เกษตรกรที่ทําสําเร็จแน่นอนว่าสิ่งที่จับต้องได้คือการมีรายได้ที่มากขึ้น เพราะเพียงแค่เขาลดเมล็ดพันธุ์ลงก็ลดต้นทุนได้แล้ว และยังได้ผลผลิตที่ดี เพิ่มปริมาณขึ้นจาก 300 กิโลกรัม เป็น 600 กิโลกรัมต่อไร่ เหมือนปลูกข้าวครั้งหนี่งได้ผลผลิตสองปี ดังนั้นเรื่องเงิน เรื่องกำไร เขาได้แน่นอน ส่วนอีกเรื่องเป็นด้านนามธรรม ผมมองว่าเขาได้เปลี่ยนมุมมองและวิธีคิด กลายเป็นคนที่มีเหตุผลมากขึ้น สังเกตได้จากช่วงปีแรก ๆ ที่เราเข้าไปส่งเสริมจะเหมือนจับปูใส่กระด้ง พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ พอบอกว่าใช้เมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม ทําผลผลิตได้ 600 กิโลกรัม เขาหัวเราะเลย เพราะไม่เคยทําได้มาก่อน ที่ทุกวันนี้คุยกันง่ายเพราะภาพความสําเร็จของเกษตรกรในโครงการของเรามีเยอะขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง